เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

thumbnail

คุยต้องรวย ความสำคัญของ “กระแสเงินสด”

 เราได้ยินคำว่ากระแสเงินสดกันบ่อยๆ

แต่หลายคนยังไม่รู้ความหมายของมัน

วันนี้โค้ชหนุ่มจะมาบอกให้ว่ามันคืออะไร !!!

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565

thumbnail

ตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบ 2 เริ่มแล้ว ‘ผ่าน-ไม่ผ่าน’ เช็คที่นี่เลย

ตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 รอบ 2 เริ่มแล้ว มีแค่ 2 อย่างนี้ เช็คผลลงทะเบียน “ผ่าน-ไม่ผ่าน” ที่นี่ได้เลย แจงหากขึ้น “ลงทะเบียนไม่สมบูรณ์” ต้องทำอย่างไรเช็คเลย!

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษก กระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนโครงการปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 5-23 กันยายน 2565 ณ เวลา 15.00 น. มีประชาชนลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 17,364,073 ราย โดยเป็นการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ 9,536,201 ราย และลงทะเบียนผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียน 7,827,872 ราย

ตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง คือ

  1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ได้ตั้งแต่เวลา 6.00 น. ถึง 23.00 น. ของทุกวัน
  2. ลงทะเบียนผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่ สาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ สังกัดกรมบัญชีกลาง ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต และศาลาว่าการเมืองพัทยา เมืองพัทยา ตามวันและเวลาทำการของแต่ละหน่วยงาน ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2565 จนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2565

สำหรับการลงทะเบียนในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนได้ที่สาขาของธนาคารข้างต้นที่เปิดให้บริการในห้างสรรพสินค้า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ไม่สามารถลงทะเบียนได้ในวันธรรมดา

ตรวจสถานะผ่านเว็บไซต์

โฆษกกระทรวงการคลัง ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ลงทะเบียนที่ลงทะเบียนและมีสถานะแสดงข้อความว่า “กระทรวงการคลังได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านครบถ้วนแล้ว” สามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ถัดไป ผ่านเว็บไซต์ คลิกที่นี่ หรือให้หน่วยงานรับลงทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบโดยกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และวันเดือนปีเกิด

ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนที่ลงทะเบียนในช่วงตั้งแต่วันที่ 5-8 กันยายน 2565 สามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2565 สำหรับผู้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 9-15 กันยายน 2565 จะสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนในวันนี้

ตารางการประกาศผลการลงทะเบียน

เมื่อผู้ลงทะเบียนตรวจสอบข้อมูลแล้ว พบว่า

1. “สถานการณ์ลงทะเบียนสมบูรณ์” : ให้ผู้ลงทะเบียนรอผลการตรวจสอบคุณสมบัติ โดยจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติในช่วงเดือนมกราคม 2566

2. “สถานการณ์ลงทะเบียนไม่สมบูรณ์” : เนื่องจากข้อมูลของผู้ลงทะเบียนไม่ตรงตามฐานข้อมูลกรมการปกครอง ระบบจะขึ้นข้อความแสดงโดยระบุสาเหตุของการลงทะเบียนไม่สมบูรณ์ ดังนี้

  1. ผู้ลงทะเบียนเป็นพระภิกษุ/สามเณร/แม่ชี
  2. ไม่พบข้อมูลของผู้ลงทะเบียน
  3. สถานภาพบุคคลของผู้ลงทะเบียนไม่ถูกต้อง มีสถานะเสียชีวิต หรือย้ายไปต่างประเทศ หรือจำหน่าย
  4. ผู้ลงทะเบียนไม่ได้มีสัญชาติไทย
  5. ผู้ลงทะเบียนมีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือรูปแบบวันเดือนปีเกิดไม่ถูกต้อง
  6. ผู้ลงทะเบียนมีคู่สมรส
  7. ผู้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลคู่สมรสไม่ถูกต้อง
  8. ผู้ลงทะเบียนแจ้งจำนวนบุตรครบถ้วน แต่หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของบุตรไม่ถูกต้อง
  9. ผู้ลงทะเบียนแจ้งจำนวนบุตรไม่ครบถ้วน โปรดตรวจสอบจำนวนบุตรและข้อมูลเลขบัตรประชาชนของบุตรทุกราย

    ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนมีสถานะการลงทะเบียนไม่สมบูรณ์ สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานเขต โดยหากผู้ที่ลงทะเบียนที่หน่วยงานรับลงทะเบียนจะต้องติดต่อขอแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนที่ผู้ลงทะเบียนได้ยื่นแบบฟอร์มลงทะเบียนไว้เท่านั้น และสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ สามารถติดต่อขอแก้ไขข้อมูลที่หน่วยงานรับลงทะเบียนใดก็ได้ โดยจะต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565

    โฆษกกระทรวงการคลัง ได้กล่าวเน้นย้ำว่า ผู้ลงทะเบียนทุกคนที่ได้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ลงทะเบียน “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน” ได้ในทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ถัดไป โดยสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนดังกล่าวได้ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th หรือตรวจสอบผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทุกหน่วยงาน

thumbnail

กสิกรไทยมอง SET สัปดาห์หน้า 1,580 - 1,650 จุดเกาะติดตัวเลขส่งออกไทย-Fund Flow


บล.กสิกรไทย มองว่า ดัชนีหุ้นไทย (SET) มีแนวรับที่ 1,600 และ 1,580 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,635 และ 1,650 จุด ตามลำดับสำหรับสัปดาห์ถัดไป (23-27 พ.ค.) โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนเม.ย.ของไทย สถานการณ์โควิด-19 ทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ในวันศุกร์ (20 พ.ค.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,622.95 จุด เพิ่มขึ้น 2.43% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 71,995.00 ล้านบาท ลดลง 11.04% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 3.94% มาปิดที่ 625.66 จุด

--อินโฟเควสท์ โดย เสาวลักษณ์ อวยพร โทร.02-2535000 ต่อ 353 อีเมล์: saowalak@infoquest.co.th--

thumbnail

FSMART เปิดแผนครึ่งปีหลังขยาย “เต่าบิน” แตะ 6 พันตู้ – ปิดดีลแบงก์เพิ่ม 1 แห่ง

 

FSMART ส่งซิกผลงานครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก เล็งปิดดีลตัวแทนแบงก์เพิ่มอีก 1 แห่ง ลุยขยายตู้เต่าบินแตะ 6,000 ตู้ รวมทั้งปิดดีลบริการเคาน์เตอร์แคชเชีย

อ่านเรื่องนี้ต่อที่: https://www.kaohoon.com/news/559792

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2565

thumbnail

จีนย้ายตั้งโรงงานหมากที่สงขลา เปิดราคารับซื้อขายวันต่อวัน

 

ทุนจีน “บริษัท ม่านกู่หว่าง จำกัด” เลือกเช่าโกดังพื้นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ตั้ง “โรงงานแปรรูปหมาก” ส่งออก เหตุย้ายจากทำเล ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เพราะที่ดินจัดตั้งไม่ได้ แจ้งเตรียมเปิดจุดรับซื้อหลายแห่งในพื้นที่ภาคใต้ รับซื้อไม่อั้น พร้อมเปิดราคาตลาดรับซื้อ-ขายวันต่อวัน เหมือนตลาดกลางยางพารา

ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เดินทางเข้าพบนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เรื่องที่ได้ออกคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงที่ 149/2565 แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงาน การส่งเสริมสนับสนุนการผลิตและการตลาดหมากและพลูจังหวัดพัทลุง ซึ่งได้รายงานเรื่องที่นักลงทุนจากประเทศจีนมีแผนลงทุนจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปหมาก

โดยได้เซ็นสัญญาเช่าโรงงานเรียบร้อยแล้วที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน และจะเปิดจุดรับซื้อขายที่เขตเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง และอีกหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ โดยรับซื้อไม่จำกัดจำนวน และประการสำคัญจะทำการเปิดราคาจากตลาดรับซื้อขายวันต่อวัน ไม่ต่างกับตลาดกลางยางพาราของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)

ขณะเดียวกัน ประมาณเดือนมีนาคม 2565 มีนักลงทุนจากประเทศอินเดียจะเดินทางเข้าพบนายกู้เกียรติ เพื่อหารือเรื่องการลงทุนตั้งโรงงานอุตสาหกรรมหมาก และรับซื้อหมากเช่นกัน

ดร.สมบัติกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ในด้านพลู ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้แจ้งให้ทราบว่า จะเชิญกลุ่มผู้ผลิตพลู กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกพลู เขตเทศบาลตำบลร่มเมือง เทศบาตำบลท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง และกลุ่มผู้รับซื้อ และล้งจีนไต้หวันที่อยู่ในจังหวัดพัทลุงมาประชุม เพื่อหารือทั้งด้านการผลิต การตลาด และการส่งออก

แหล่งข่าวจากจังหวัดพัทลุงเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัท ม่านกู่หว่าง จำกัด ในเครือบริษัท ม่านกู่หว่างฟู๊ด จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายทุเรียนแช่แข็งใน อ.เทพา จ.สงขลา ได้ลงนามในสัญญาเช่าโกดังสินค้าที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เพื่อเตรียมจัดตั้งโรงงานแปรรูปหมาก แทนการลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่บริเวณเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี หมู่ 1 อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องการจัดหาที่ดินในการก่อสร้างโรงงาน ประกอบกับในพื้นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา มีโกดังสินค้าว่างอยู่จำนวนมาก การจัดตั้งเป็นโรงงานทำได้ง่าย เพราะมีอาคารอยู่แล้ว เพียงแต่นำเครื่องจักรมาลงดำเนินการได้ทันที

นายสมบูรณ์ บุญวิสูตร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลร่มเมือง อ.เมือง จ.พัทลุง กล่าวว่า ภาวะราคาตลาดใบพลูในจังหวัดพัทลุงผันผวนมาก เคลื่อนไหวต่ำลงมาอยู่ที่ประมาณ 35 บาท/กก. ขณะที่ช่วงต้นปี 2565 ขยับขึ้นไปถึง 80-90 บาท/กก. ทั้งนี้ ราคาที่ผู้ปลูกใบพลูอยู่ได้ประมาณ 50-60 บาท/กก. แต่หากราคาต่ำกว่าจะมีการชะลอการผลิตลงชั่วคราว สาเหตุที่ราคาผันผวนเป็นตามฤดูกาล และบางครั้งมีปริมาณใบพลูเข้ามาขายในตลาดจำนวนมากพร้อม ๆ กัน ทำให้ราคาขยับลงมาได้ นอกจากนี้เป็นกลยุทธ์การทำตลาดเมื่อราคาใบพลูขยับสูงขึ้น พ่อค้าจะมีการชะลอการรับซื้อ

ส่วนตลาดหมาก ราคาค่อนข้างดี เช่น หมากสด หรือหมากเปียกราคาประมาณ 40-50 บาท/กก. และหมากแห้ง ราคา 60-70 บาท/กก. ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปหมาก นักลงทุนจากประเทศจีนได้มาลงทุนในพื้นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา แล้ว ส่วนที่เทศบาลร่มเมือง อ.พัทลุง ก็จะมีการลงทุนตั้งโรงงานหมากเช่นกัน แต่กำลังรอให้สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายสงบลง เป็นการลงทุนของกลุ่มล้งอาตง จากไต้หวัน เพื่อแปรรูปส่งออกตลาดประเทศจีน และประเทศอินเดีย

นายสมบูรณ์กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกพลูจังหวัดพัทลุงมีการรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนพลู วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการประสานงานกับหน่วยราชการในพื้นที่ และการประสานกับพาณิชย์จังหวัด และกระทรวงพาณิชย์ให้หารือไปยังทูตพาณิชย์ไทยในหลายประเทศถึงการเปิดตลาดหมากพลูของไทย เช่น ประเทศไต้หวันที่ จ.พัทลุง ส่งออกพลูมากที่สุด รวมถึงการประสานงานกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในท้องถิ่นเรื่องของการแปรรูปพลู สกัดพลู ผลิตพลูคุณภาพ และพร้อมกับมีสำรวจจำนวนต้นพลู พื้นที่ปลูก ฯลฯ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นพลูเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของ จ.พัทลุง

แหล่งข่าวจากเกษตรกรผู้ปลูกพลูเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ราคารับซื้อใบพลูเขียวในตลาดท้องถิ่นที่จังหวัดพัทลุง ปัจจุบันมีส่วนต่างที่ห่างจากราคาขายที่ตลาดไท และตลาดสี่มุมเมือง จังหวัดปทุมธานี เป็นอย่างมาก ยกตัวอย่าง ตลาดพัทลุง ล่าสุดรับซื้อเฉลี่ย 35 บาท/กก. ขณะที่ตลาดสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานี ใบพลู ขนาดใหญ่สวย ขายราคา 100 บาทต่อ กก., ตลาดไท จ.ปทุมธานีราคาใบพลูเขียว 120-140 บาทต่อ กก. เกษตรกรผู้ปลูกจึงต้องการให้มีการประชุมทุกฝ่ายเพื่อหารือเรื่องราคาให้เกิดความเป็นธรรม และมีส่วนต่างราคาที่แคบลง

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565

thumbnail

บล.ไทยพาณิชย์ ประเมิน วัฏจักรเศรษฐกิจโลกและไทยเปลี่ยนจากภาวะ reflation เข้าสู่ stagflation

 

บล.ไทยพาณิชย์มองแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค การเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงจากราคาน้ำมันและราคาพลังงานอื่นๆเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อเนื่องให้ธนาคารกลางสหรัฐ ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วและแรงกว่าคาด

อย่างไรก็ตาม คาดว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจำกัดจากความขัดแย้งในปัจจุบัน โดย SCBS คาดธปท. จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 25 Basis Points ใน 2H22 ด้านโอกาสการลงทุน ได้แก่ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการ กลุ่มที่มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง การอุปโภคบริโภคภายในประเทศ ด้านอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นถือว่าการผ่อนคลายข้อจำกัดล็อกดาวน์กิจกรรมการเดินทางทั้งในและระหว่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทำให้เศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดปี 2022

ดังนั้น วัฏจักรเศรษฐกิจจึงกำลังเปลี่ยนจากภาวะ reflation (สภาวะที่เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว เงินเฟ้อเริ่มเพิ่มขึ้น) สู่ภาวะ stagflation (สภาวะที่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ) สำหรับกลยุทธ์ 2Q22 คาดว่า SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1550-1780 อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1660 จุด โดยมีความเสี่ยง downside จากการปรับลดประมาณการกำไรใน 2Q22 แนะนำให้โฟกัสที่หุ้นเชิงรับ แนวโน้มมาร์จิ้นสูงและมีเสถียรภาพ หุ้นเติบโตที่มีราคาสมเหตุสมผลและหุ้นคุณภาพที่มีงบดุล และ free cash flow แข็งแรง คัดหุ้นเด่น ได้แก่ AOT BDMS CRC GULF และ PTTEP

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ Chief Research Officer บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) กล่าวว่า ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลทำให้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น มีการปรับลดคาดการณ์การเติบโตลงและทำให้เส้นทางการเติบโตทางเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้วัฏจักรเศรษฐกิจเปลี่ยนจากภาวะ reflation เข้าสู่ ภาวะ stagflation

ทั้งนี้ แม้ว่าโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2022 จะมีมากขึ้น แต่จะเกิดภาวะถดถอยที่ไม่รุนแรงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันไม่ได้มีความไม่สมดุลมากจนต้องแก้ไขให้เกิดความสมดุลควบคู่ไปกับการผ่อนคลาย ข้อจำกัดการเดินทางและการเปิดประเทศ เป้า SET Index ปี 2022 อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1660 จุด เข้าซื้อที่ 1550-1600 จุด ขณะที่ระดับขายทำกำไรอยู่ที่สูงกว่า 1780 จุด

โดยคาดว่า SET จะปรับฐานเล็กน้อยใน 2Q22 เพื่อซึมซับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ stagflation ขณะที่ 2H22 จะมีโมเมนตั้มที่ดีขึ้นซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเปิดประเทศและการฟื้นตัวหลัง COVID-19 คลี่คลาย ประกอบกับฐานต่ำของปีก่อนมีโอกาสสูงที่จะเกิดเหตุการณ์ Sell in May โดยการย่อตัวลงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้าง position เนื่องจากเศรษฐกิจไทยดูเหมือนจะเกิดภาวะ quasi – reflation ใน 2H22

ด้านเศรษฐกิจไทยผลกระทบจากวิกฤตรัสเซียโดยตรงอาจไม่มากนัก แต่ผลกระทบโดยอ้อมผ่านราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะกระทบกับเงินเฟ้อและนโยบายการเงินมากกว่า วิกฤตพลังงานทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ stagflation ในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเป็นความเสี่ยงด้านนโยบายที่อาจส่งผลทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยในอีก 12 เดือนข้างหน้า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในอัตราต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 3.63% ในขณะที่ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ stagflation ย่อมมีมากขึ้น

ส่วนความเสี่ยงด้านการส่งผ่านทางการเงินมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ แต่ความเสี่ยงในการโอนย้ายและการปรับโครงสร้างพอร์ตลงทุนอาจต้องใช้เวลาในการจัดการ SCBS มองว่าหุ้นเชิงรับจะปรับตัว outperform ได้อย่างต่อเนื่อง หุ้นพลังงานต้นน้ำเป็นตัวเลือกที่ดีในการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อสูง โดยยังคงชอบหุ้นคุณภาพที่มีค่า beta ต่ำเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน

กลยุทธ์การลงทุน มองภาพรวมปี 2022 เน้นไปที่ธีมมหภาคและจุลภาคประกอบด้วย 1. หุ้นที่มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง (มาร์จิ้นสูงและมีเสถียรภาพ) 2. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศ 3. หุ้นเติบโตที่มีราคาสมเหตุสมผล และ 4. หุ้นคุณภาพ ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นเชิงรับเพื่อยึดหลักความระมัดระวังในช่วงที่มีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูงโดยเชื่อว่าหุ้น domestic ที่มีอำนาจในการกำหนดราคาสูงและงบดุลแข็งแรงน่าจะได้รับความสนใจมากกว่าหุ้นที่อิงกับวัฏจักรเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกหนักกว่าหุ้น domestic นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นไปที่หุ้นที่สามารถรับมือกับราคาน้ำมันและเงินเฟ้อสูง โดยหุ้นเด่นใน 2Q22 คือ AOT BDMS CRC GULF และ PTTEP

thumbnail

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน

 

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ (11-12 เม.ย. 2565) สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เงินบาทยังคงมีทิศทางอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ เงินบาทอ่อนค่าทดสอบแนว 33.70 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ของตลาดในประเทศ

โดยการอ่อนค่าของเงินบาทสอดคล้องกับทิศทางของค่าเงินเยนและสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย สวนทางเงินดอลลาร์ ที่ปรับแข็งค่าขึ้นตามการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดมีท่าทีสนับสนุนความเป็นไปได้ที่จะมีการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในรอบการประชุมใกล้ๆ นี้เพื่อสกัดการทะยานขึ้นของเงินเฟ้อสหรัฐ

นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกันในวันอังคาร (12 เม.ย.) เงินบาทอ่อนค่าทดสอบแนว 33.70 ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ 33.65 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (8 เม.ย.)

ขณะที่ระหว่างวันที่ 11-12 เม.ย. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยเพียง 347.29 ล้านบาท และมีสถานะเป็น NET OUTFLOW ในตลาดพันธบัตร 6,710.30 ล้านบาท (มาจาก การขายสุทธิพันธบัตร 3,510.30 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 3,200 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (18-22 เม.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนมี.ค. ของไทย สถานการณ์ยูเครน-รัสเซีย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟด สาขาฟิลาเดลเฟีย และดัชนีเบื้องต้นของ PMI เดือนเม.ย. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสองเดือนมี.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนเม.ย. ของธนาคารกลางจีน และข้อมูลเศรษฐกิจจีน อาทิ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/65 และตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค.

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยหุ้นไทยปรับตัวลงจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากนักลงทุนมีการปรับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงก่อนวันหยุดยาว ระหว่างรอติดตามผลประกอบการงวดไตรมาส 1/65 ของบริษัทจดทะเบียนไทยที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ การปรับตัวลงของหุ้นไทยยังสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ ขณะที่สถานการณ์โควิดในภาพรวมของไทย รวมถึงความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อ ในวันอังคาร (12 เม.ย.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,674.34 จุด ลดลง 0.69% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 61,805.73 ล้านบาท ลดลง 18.23% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.27% มาปิดที่ 655.67 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (18-22 เม.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,665 และ 1,650 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,685 และ 1,700 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงผลประกอบการงวดไตรมาส 1/65 ของบจ. โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสองเดือนมี.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/65 และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมี.ค. ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร

ค้นหาบล็อกนี้

คุยต้องรวย ความสำคัญของ “กระแสเงินสด”

 เราได้ยินคำว่ากระแสเงินสดกันบ่อยๆ แต่หลายคนยังไม่รู้ความหมายของมัน วันนี้โค้ชหนุ่มจะมาบอกให้ว่ามันคืออะไร !!!